3 เครื่องมือตัดโลหะ เลือกให้ตรงกับงาน ตัดง่ายกว่า
Metal Shears, Cut-off Saw และ Plasma Cutter ต่างเป็นเครื่องมือตัดโลหะ แต่ไม่ได้ใช้แทนกันทุกงาน เพราะแต่ละชนิดเหมาะกับ รูปทรง วัสดุ ความหนา และคุณภาพขอบตัด ที่แตกต่างกัน
เครื่องมือตัดโลหะ ไม่มีตัวเดียวที่เหมาะกับทุกงาน
ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง งานอุตสาหกรรม
งาน Fabrication หรืองาน DIY
การเลือกเครื่องมือตัดให้เหมาะกับชิ้นงาน
ช่วยให้ควบคุมงานได้ง่ายขึ้น
แต่ก่อนเลือกเครื่องมือควรดูว่า
กำลังตัดโลหะอะไร รูปทรงแบบไหน หนาเท่าไร
ต้องการแนวตัดลักษณะใด และเครื่องมือรองรับงานนั้นหรือไม่
Metal Shears
เน้นงานโลหะแผ่น ภายในความสามารถของกรรไกรหรือเครื่องที่ใช้
Cut-off Saw
เหมาะกับการตัดท่อ เหล็กเส้น และชิ้นงานรูปพรรณตามพิกัดเครื่องและใบตัด
Plasma Cutter
ใช้อาร์กพลาสมาตัดโลหะที่นำไฟฟ้า เหมาะกับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นด้านรูปทรง
1. กรรไกรตัดโลหะ (Metal Shears)
Metal Shears เป็นเครื่องมือสำหรับ ตัดโลหะแผ่น มีทั้งแบบใช้มือและแบบใช้กำลัง โดยความสามารถในการตัดขึ้นอยู่กับ ชนิดเครื่องมือ วัสดุ และความหนาของแผ่น
เหมาะกับงานโลหะแผ่น
ใช้กับงานอย่างแผ่นเหล็ก สังกะสี อะลูมิเนียม หรือสแตนเลสได้ในบางกรณี แต่ต้องตรวจความสามารถของเครื่องมือ สำหรับวัสดุและความหนานั้นก่อน
ควบคุมแนวตัดได้ง่ายในงานที่เหมาะสม
ไม่มี Abrasive Wheel และไม่ใช้กระบวนการตัดด้วยความร้อน เหมาะกับงาน Sheet Metal หลายประเภท
ดู Material + Thickness Capacity
ความหนาที่ตัดได้ไม่เท่ากันสำหรับโลหะแต่ละชนิด จึงไม่ควรใช้คำว่า “แผ่นบาง” เป็นเกณฑ์เลือกเพียงอย่างเดียว
Metal Shears ไม่ได้ทำให้ขอบ “เรียบเนียน” ทุกงาน
คุณภาพขอบตัดขึ้นอยู่กับ ชนิดกรรไกร ความคม ระยะเคลียร์รันซ์ วัสดุ ความหนา และเทคนิคการตัด บางงานอาจเกิดการบิดตัวหรือครีบที่ขอบ และอาจต้องเก็บขอบเพิ่มเติม
2. เครื่องตัดไฟเบอร์ (Abrasive Cut-off Saw)
เครื่องตัดไฟเบอร์ที่ใช้ Abrasive Cutting Wheel พบได้บ่อยในงานตัดเหล็กเส้น ท่อ เหล็กกล่อง และชิ้นงานโลหะรูปพรรณ โดยต้องเลือกใบตัดและใช้เครื่องตามพิกัดที่กำหนด
เหมาะกับงานตัดชิ้นงานรูปพรรณ
เครื่องมีฐานและระบบจับชิ้นงาน ช่วยควบคุมตำแหน่งการตัด เหมาะกับงานตัดซ้ำและงาน Fabrication เมื่อเครื่อง ใบตัด และชิ้นงานเหมาะสมกัน
ใช้งานสะดวกกับงานตัดเหล็กหลายประเภท
เหมาะกับการตัดชิ้นงานอย่างท่อ เหล็กเส้น และ Section ภายในขีดความสามารถของเครื่อง
Wheel Specification สำคัญมาก
ตรวจชนิด ขนาด รูยึด และพิกัดความเร็วของใบตัด ให้เข้ากับเครื่องและวัสดุ รวมถึงสภาพใบตัดก่อนใช้งาน
“กดแรง” ไม่ได้แปลว่าจะตัดได้ตรงหรือเร็วกว่า
ควรใช้แรงป้อนตามลักษณะเครื่องและคำแนะนำผู้ผลิต
ไม่บังคับใบตัดด้วยแรงมากเกินไป
เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพการตัดลดลง
เกิดความร้อนสูง หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของใบ
และ ใบตัดสำหรับ Cutting
ไม่ควรถูกนำไปเจียรด้านข้าง
เว้นแต่ผู้ผลิตระบุว่าใบถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานนั้น
3. เครื่องตัดพลาสมา (Plasma Cutter)
Plasma Cutting ใช้ อาร์กพลาสมาอุณหภูมิสูง ในการหลอมและขับเนื้อโลหะออกจากแนวตัด เหมาะกับโลหะที่นำไฟฟ้า เช่น เหล็กกล้า สแตนเลส และอะลูมิเนียม เมื่อระบบและ Parameter รองรับ
ยืดหยุ่นด้านรูปทรงและแนวตัด
Plasma Cutter สามารถใช้ตัดเส้นตรง รูปทรงโค้ง หรือ Profile ต่าง ๆ และสามารถใช้ร่วมกับระบบ CNC ในงานที่ต้องการการควบคุมแนวตัดด้วยเครื่องจักร
ตัดโลหะนำไฟฟ้าได้หลายชนิด
มีความยืดหยุ่นในการตัดแผ่นโลหะ และสามารถทำงานได้รวดเร็ว เมื่อเลือกเครื่องและ Parameter ให้เหมาะกับงาน
Cut Capacity ไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่ต้องดู
ควรดูทั้งความหนา วัสดุ Cutting Current, Travel Speed, Air/Gas, Consumables และคุณภาพขอบตัดที่ต้องการ
Plasma ไม่ได้ให้ขอบเรียบและไร้ครีบทุกครั้ง
คุณภาพของแนวตัดอาจได้รับผลจาก
ความเร็ว กระแส ระยะหัวตัด
สภาพ Consumables คุณภาพลม/แก๊ส
ความหนาและชนิดวัสดุ
หาก Parameter ไม่เหมาะสม
อาจเกิด Dross, Kerf, Bevel
หรือผิวขอบตัดที่ต้องเก็บงานเพิ่มเติมได้
ก่อนหยิบเครื่องตัด ให้ดู 4 อย่างนี้ก่อน
การเลือกจากชื่อเครื่องมืออย่างเดียวไม่พอ ควรเริ่มจาก Requirement ของชิ้นงาน แล้วค่อยเลือกกระบวนการตัด
วัสดุอะไร?
เหล็ก สแตนเลส อะลูมิเนียม หรือโลหะชนิดอื่น
รูปทรงอะไร?
แผ่น ท่อ เหล็กเส้น Section หรือ Profile
หนาแค่ไหน?
ตรวจ Rated Capacity ของเครื่องมือและอุปกรณ์ตัด
ต้องการขอบแบบไหน?
ดู Accuracy, Kerf, Burr/Dross และงานเก็บผิวภายหลัง
เครื่องตัดต่างชนิด ความเสี่ยงก็ต่างกัน
ก่อนตัดควรตรวจเครื่องมือและอุปกรณ์ตัด
ยึดชิ้นงานให้เหมาะสม
และใช้อุปกรณ์ป้องกันตาม Hazard ของงาน
งาน Abrasive Cutting มีความเสี่ยงจาก
ใบตัดแตก สะเก็ดและประกายไฟ
ขณะที่ Plasma Cutting มีความเสี่ยงจาก
อาร์ก รังสี ความร้อน โลหะหลอม
ควัน/ฟูม ไฟฟ้า และอัคคีภัย
จึงต้องควบคุมพื้นที่ทำงานและปฏิบัติตามคู่มือ
รวมถึงขั้นตอนความปลอดภัยของสถานที่
ไม่มีเครื่องตัดตัวไหนดีที่สุด มีแต่ตัวที่เหมาะกับงานมากกว่า
Metal Shears
เด่นกับงานโลหะแผ่นภายใน Capacity ของเครื่องมือ
Abrasive Cut-off Saw
เหมาะกับงานตัดท่อ เหล็กเส้น
และชิ้นงานรูปพรรณหลายประเภท
เมื่อใช้ใบตัดและเครื่องที่เหมาะสม
ส่วน Plasma Cutter
เหมาะกับการตัดโลหะนำไฟฟ้า
และมีความยืดหยุ่นด้านรูปทรงสูง
แต่คุณภาพขอบตัดยังขึ้นกับ
เครื่อง Parameter Consumables และชิ้นงาน
ก่อนเลือกจึงควรเริ่มจาก
วัสดุ → รูปทรง → ความหนา →
คุณภาพขอบตัด → Capacity ของเครื่อง
.png)