เจาะเหล็กชุบแข็งหน้าเตอร์มอเตอร์ไซค์ไม่เข้า ใช้ดอกสว่านแบบไหนดี?

FACTORIPRO · METALWORK KNOWLEDGE

เจาะสเตอร์มอเตอร์ไซค์ไม่เข้า เปลี่ยนดอก หรือเปลี่ยนวิธีเจาะ?

ใช้ดอก M35 ราคาเกือบ 200 บาท แต่แทบไม่กินเนื้อเหล็ก ไม่ได้แปลทันทีว่าดอกปลอม เพราะถ้าสเตอร์ผ่านการชุบแข็ง ความแข็งของชิ้นงานและวิธีเจาะ อาจเกินขีดความสามารถของดอกที่ใช้อยู่

HARDENED STEEL M35 M42 CARBIDE Ø8 → Ø10 MM
Q1 · CASE QUESTION

“สเตอร์หน้ารถมอเตอร์ไซค์แข็งมาก ต้องใช้ดอกสว่านแบบไหน?”

ผู้ถามต้องการคว้านหรือขยายรูเดิม จาก 8 มม. เป็น 10 มม. โดยซื้อดอกขนาด 9 และ 10 มม. มาใช้ และทดลองใช้ดอก HSS Cobalt M35 แต่เจาะไม่เข้า จึงสงสัยว่าเป็นเพราะเลือกดอกผิด หรืออาจได้ดอก M35 ที่ไม่ได้คุณภาพ

KEY POINT ก่อนซื้อดอกใหม่
ต้องรู้ก่อนว่า
“เหล็กแข็งแค่ไหน”

ความเห็นจากโพสต์ต้นทาง

คำแนะนำจากผู้ใช้งานจริงมีหลายวิธี แต่บางแนวทางต้องพิจารณาเพิ่มเติม ก่อนนำไปใช้กับชิ้นงานชุบแข็ง

A1

“ใช้ M42 ค่อย ๆ เจาะจากดอกเล็ก ๆ น่าจะดีกว่าครับ”

A2

“สว่านต้องมีกำลัง ระหว่างเจาะใช้น้ำยาหล่อเย็น อย่าให้ดอกร้อนจนคมเสีย”

A3

“เหล็กชุบแข็งผิว ใช้ดอกเจาะปูนมาลับให้มีคม แล้วเจาะรอบต่ำ”

M35 เจาะไม่เข้า ไม่ได้แปลว่า “ดอกปลอม”

M35 เป็นกลุ่มเหล็กกล้าความเร็วสูงผสมโคบอลต์ ซึ่งมีความสามารถรักษาความแข็งของคมตัด เมื่อทำงานที่อุณหภูมิสูงได้ดีกว่า HSS ทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเจาะ เหล็กชุบแข็งทุกระดับ ได้

ถ้าความแข็งของสเตอร์สูงมาก หรือบริเวณรูผ่านการชุบแข็ง ดอก M35 ของแท้ก็อาจ สึก ลื่น หรือแทบไม่สร้างเศษตัด ได้

นอกจากนี้ยังต้องดูสภาพคมดอก รูปทรงปลายดอก ความแข็งของเครื่อง การจับชิ้นงาน ความเร็วตัด Feed และการระบายความร้อนร่วมกัน

แล้วควรใช้ดอกอะไร?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับเหล็กที่เรียกว่า “แข็งมาก” เพราะต้องดูความแข็งจริงและสภาพการเจาะ แต่สามารถแบ่งแนวทางเลือกได้ดังนี้

OPTION 01

HSS Cobalt M35

เหมาะกับโลหะหลายประเภท และทนความร้อนได้ดีกว่า HSS ทั่วไป แต่หากชิ้นงานผ่านการชุบแข็งสูง M35 อาจไม่ใช่คำตอบ แม้ดอกจะเป็นของแท้และมีคุณภาพ

OPTION 02

HSS Cobalt M42

M42 มีความสามารถรักษาความแข็งของคมตัด ที่อุณหภูมิสูงได้ดี และอาจเหมาะกับงานที่หนักกว่า M35

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า M42 จะเจาะเหล็กชุบแข็งทุกชนิดได้

OPTION 03

Carbide

หากชิ้นงานแข็งเกินขอบเขตของ HSS-Co ดอกคาร์ไบด์ที่ออกแบบสำหรับวัสดุและงานนั้น อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า

แต่ Carbide แข็งและเปราะ ต้องการการจับชิ้นงานและเครื่องจักรที่มีความแข็งแกร่ง ลดการสั่นและการกระแทกขณะตัด

เคสนี้คือ “ขยายรูเดิม” ไม่ใช่เจาะรูใหม่

เนื่องจากชิ้นงานมีรู 8 มม. อยู่แล้ว คำแนะนำให้เริ่มจากดอก 5 มม. จึงไม่ตรงกับลักษณะงานนี้ สิ่งสำคัญกว่าคือการควบคุมแนวศูนย์ ลดการสั่น และเลือกวิธีขยายรูให้เหมาะกับความแข็งของวัสดุ

STEP 01

ยึดชิ้นงานให้แน่น

ห้ามถือสเตอร์ด้วยมือ ขณะเจาะหรือขยายรู

STEP 02

เช็กความแข็ง

ถ้าดอก HSS-Co คมดี แต่แทบไม่กินเนื้อ ชิ้นงานอาจแข็งเกินขอบเขตของดอก

STEP 03

เลือก Tool ให้เหมาะ

M42 อาจช่วยได้ในบางกรณี แต่เหล็กชุบแข็งมาก อาจต้องใช้ Carbide หรือกระบวนการอื่น

STEP 04

รักษาศูนย์ของรู

งานขยายรูสเตอร์ ต้องควบคุมตำแหน่งและขนาด ไม่ให้รูเยื้องหรือเสียรูป

ต้อง “รอบจัด” จริงไหม?

ไม่ควรใช้กฎว่า “เหล็กแข็งต้องใช้รอบสูง” แบบตายตัว ความเร็วรอบต้องสัมพันธ์กับ วัสดุดอก ขนาดดอก วัสดุชิ้นงาน Feed และคำแนะนำของผู้ผลิตดอก

TOO FAST

รอบสูงเกินไป

ความเร็วตัดสูงเกินสำหรับดอกและวัสดุ สามารถสร้างความร้อนมาก ทำให้คมตัดสึกเร็ว และแทนที่จะกัดเนื้อเหล็ก ดอกอาจเริ่มถูบนผิวชิ้นงาน

CORRECT APPROACH

ดู Cutting Speed + Feed

เลือกค่าตามวัสดุชิ้นงาน วัสดุของดอกและเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม่ควรตัดสินจากคำว่า “รอบต่ำ” หรือ “รอบสูง” เพียงอย่างเดียว

M35 เจาะไม่เข้า เกิดจากอะไรได้บ้าง?

01

ชิ้นงานแข็งเกินไป

ความแข็งของบริเวณที่เจาะ อาจสูงเกินขีดความสามารถ ของดอก HSS-Co ที่ใช้

02

คมดอกเสียแล้ว

หากดอกถูโดยไม่กินเนื้อ และเกิดความร้อนต่อเนื่อง คมตัดอาจสึกจนเจาะยากกว่าเดิม

03

Speed / Feed ไม่เหมาะ

รอบ Feed และแรงกด ต้องทำให้คมตัดสร้างเศษได้ โดยไม่สร้างความร้อนเกินจำเป็น

04

ระบบไม่แข็งแรงพอ

เครื่องสั่น ดอกส่าย ชิ้นงานขยับ หรือจับยึดไม่แน่น ล้วนทำให้การตัดแย่ลง

HEAT CONTROL

น้ำมันตัดกลึงช่วยได้ แต่ไม่สามารถแก้ “ดอกผิดประเภท”

Cutting Fluid หรือน้ำมันตัดกลึงที่เหมาะสม สามารถช่วยด้านการหล่อลื่น การระบายความร้อน และการคายเศษในงานบางประเภท

แต่ถ้าความแข็งของชิ้นงาน สูงเกินความสามารถของวัสดุดอก การเติมน้ำมันไม่ได้ทำให้ดอก M35 กลายเป็นดอกสำหรับเหล็กชุบแข็งโดยอัตโนมัติ

หากเริ่มเกิด ควัน ความร้อนสูง หรือดอกเปลี่ยนสภาพ ไม่ควรฝืนเจาะต่อ ควรหยุดและตรวจคมตัดรวมถึงค่าการตัดก่อน

ABOUT THE MASONRY BIT TRICK

แล้ววิธี “เอาดอกเจาะปูนมาลับ” ใช้ได้ไหม?

ดอกเจาะปูนบางประเภทมีปลายคาร์ไบด์ จึงมีช่างนำมาดัดแปลงรูปทรงคมตัด เพื่อทดลองกับเหล็กแข็ง และอาจได้ผลในงานเฉพาะกรณี

แต่ดอกดังกล่าว ไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็นดอกเจาะโลหะตั้งแต่ต้น รูปทรงคม การคายเศษ การยึดเม็ดคาร์ไบด์ และความแม่นยำ อาจไม่เหมาะกับงานขยายรูสเตอร์

หากต้องการควบคุมขนาดและศูนย์ของรูอย่างจริงจัง ควรใช้ Cutting Tool ที่ออกแบบสำหรับวัสดุและกระบวนการนั้นโดยตรง

SAFETY FIRST

สเตอร์เป็นชิ้นงานทรงกลม ห้ามจับด้วยมือแล้วเจาะ

ถ้าดอกสว่านเกิด Catch หรือ Jam ชิ้นงานสามารถหมุนตามดอกอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดการบาดหรือกระแทกได้

ควร ถอดชิ้นงานออกจากรถ จับยึดกับ Fixture หรือปากกาที่เหมาะสม ใช้แว่นตานิรภัย และหยุดเครื่องก่อนปรับหรือสัมผัสดอก

สำหรับงานที่ต้องรักษาศูนย์ของรู เครื่องเจาะหรือเครื่องจักรที่สามารถจับยึด และควบคุมแนวได้มั่นคง เหมาะกว่าการใช้สว่านมือถือ

PART MODIFICATION

ก่อนขยายรู ต้องเช็กด้วยว่า “สเตอร์รุ่นนี้ควรแก้รูหรือไม่”

การขยายรูจาก 8 เป็น 10 มม. เป็นการเปลี่ยนขนาดชิ้นส่วนเดิม จึงควรตรวจว่า รูนั้นทำหน้าที่อะไร ระยะศูนย์ต้องแม่นเพียงใด ระยะเนื้อวัสดุรอบรูเหลือเพียงพอหรือไม่ และการดัดแปลงมีผลกับการยึดหรือความแข็งแรงของชิ้นส่วนหรือไม่

ถ้าตำแหน่งรูมีความสำคัญต่อการยึด การส่งกำลัง หรือความปลอดภัย การเลือกสเตอร์ที่มีขนาดรูตรงกับการใช้งานตั้งแต่ต้น หรือให้ร้านเครื่องจักรที่เหมาะสมทำงาน อาจปลอดภัยและควบคุมขนาดได้ดีกว่า

FACTORIPRO SUMMARY

M35 เจาะไม่เข้า อย่าเพิ่งสรุปว่าดอกปลอม

ถ้าสเตอร์ผ่านการชุบแข็งมาก M35 อาจไม่เหมาะกับงาน แม้เป็นดอกคุณภาพดี

M42 สามารถเป็นอีกตัวเลือกสำหรับงานที่หนักขึ้น แต่หากความแข็งสูงเกินขอบเขตของ HSS-Co อาจต้องพิจารณา Carbide หรือกระบวนการ machining ที่เหมาะกว่า

และสำหรับเคสนี้ รูเดิมมีขนาด 8 มม. อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปเริ่มเจาะ 5 มม. สิ่งสำคัญคือ เลือก Tool ให้ตรงกับความแข็งของชิ้นงาน จับงานให้แน่น ควบคุมศูนย์ และใช้ Speed / Feed ที่เหมาะกับดอกจริง

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก Facebook : ข้าว ธรรมชาติ


Visitors: 100,175