กระแสต่ำเกินไป
อาร์กอาจไม่เสถียร ลวดติดชิ้นงาน การหลอมรวมไม่เพียงพอ หรือแนวเชื่อมมีรูปร่างไม่เหมาะสม
กระแสเชื่อมไม่ควรตั้งจากความเคยชินเพียงอย่างเดียว เพราะต้องสัมพันธ์กับ กระบวนการเชื่อม ชนิดและขนาดลวด วัสดุ ความหนา รอยต่อ และท่าเชื่อม
ช่างหลายคนตั้งกระแสจากความเคยชินหรือค่าที่เคยใช้
แต่กระแสเชื่อมมีผลต่อการเกิดอาร์ก
การหลอมของลวดและชิ้นงาน
รูปร่างแนวเชื่อม และ Heat Input
หากตั้งไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิด Defect
ต้องเชื่อมแก้ และเสียเวลาเพิ่มขึ้น
กระแสเชื่อม หรือ Welding Current มีหน่วยเป็น Ampere (A) เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ควบคุมอัตราการหลอมของลวด และมีผลต่อพฤติกรรมของอาร์กและแนวเชื่อม แต่ไม่ได้ทำงานเพียงตัวแปรเดียว ยังต้องพิจารณาแรงดัน ความเร็วเดินแนว Arc Length และ Parameter อื่นตามกระบวนการเชื่อมด้วย
อาร์กอาจไม่เสถียร ลวดติดชิ้นงาน การหลอมรวมไม่เพียงพอ หรือแนวเชื่อมมีรูปร่างไม่เหมาะสม
อาจทำให้ความร้อนสูงเกิน เกิด Undercut, Burn-through, Spatter หรือ Distortion ได้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการและชิ้นงาน
ไม่มี Amp ค่าเดียวที่ใช้ได้กับทุกงาน ค่าที่เหมาะสมต้องดูหลายปัจจัยร่วมกัน และควรอ้างอิงข้อมูลจากผู้ผลิตลวดเชื่อม WPS หรือ Procedure ของงานเป็นหลักเมื่อมีข้อกำหนด
โดยทั่วไป งานที่หนาขึ้นสามารถต้องการ Heat Input และ Parameter ที่ต่างจากงานบาง แต่ความหนาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้กำหนด Amp ได้ เพราะยังขึ้นกับ Joint Design, Electrode, Welding Process และจำนวน Pass
| ความหนาเหล็ก | กระแสไฟโดยประมาณจากบทความ |
|---|---|
| 1–2 มม. | 40–60 A |
| 3–4 มม. | 70–100 A |
| 5–6 มม. | 100–130 A |
| มากกว่า 6 มม. | 130 A ขึ้นไป |
* ตารางนี้เป็นเพียงแนวทางกว้าง ๆ จากข้อมูลบทความเดิม ไม่ใช่ค่ามาตรฐานสำหรับทุกกระบวนการเชื่อม ควรตรวจชนิดลวด กระบวนการเชื่อม WPS และข้อมูลจากผู้ผลิตก่อนใช้งานจริง
สำหรับงานเชื่อมธูป กระแสที่เหมาะสมขึ้นกับทั้ง เส้นผ่านศูนย์กลางและชนิดของ Electrode ลวดขนาดเท่ากันแต่คนละ Classification อาจมีช่วงกระแสและขั้วไฟที่แนะนำต่างกัน
| ขนาดลวด | ช่วงกระแสจากบทความ |
|---|---|
| 2.0 มม. | 40–70 A |
| 2.6 มม. | 70–100 A |
| 3.2 มม. | 90–130 A |
| 4.0 มม. | 130–170 A |
* อย่าเลือกค่าจากเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอย่างเดียว ให้ดูฉลากหรือ Datasheet ของลวดเชื่อมแต่ละรุ่นด้วย
ท่าเชื่อมมีผลต่อการควบคุมบ่อหลอม โดยเฉพาะงาน Vertical และ Overhead ซึ่งต้องควบคุมโลหะหลอมเหลวมากขึ้น แต่ไม่ควรใช้กฎ “ลด 10–20%” กับทุกลวดและทุกงานโดยอัตโนมัติ
เลือกค่าตาม Electrode และ Procedure ที่ใช้
ตรวจช่วงค่าที่ผู้ผลิตและ WPS อนุญาต
งานโครงสร้าง งานซ่อม และงานเหล็กบาง มีเป้าหมายและข้อจำกัดต่างกัน จึงไม่ควรตั้งกระแสด้วยหลักเดียวกันทั้งหมด
ต้องทำตาม WPS และข้อกำหนดด้านคุณภาพของแนวเชื่อม ไม่ใช่เน้นเพียงให้แนว “ลึก”
ต้องดูวัสดุเดิม ความเสียหาย Joint Preparation และผลจากความร้อน
ต้องควบคุม Heat Input และเทคนิคเพื่อลด Burn-through และ Distortion
Butt, Fillet, Lap รวมถึง Gap และ Groove ล้วนมีผลต่อ Parameter ที่ต้องใช้
งานเชื่อมมีความเสี่ยงจากไฟฟ้า รังสีจากอาร์ก สะเก็ดโลหะ ความร้อน ควันเชื่อม และเพลิงไหม้ การตั้งค่าถูกต้องจึงต้องทำควบคู่กับการควบคุมความปลอดภัยของหน้างาน