Voltage Drop คืออะไร?

FACTORIPRO · ELECTRICAL KNOWLEDGE

Voltage Drop คืออะไร? แรงดันหายไประหว่างทาง ส่งผลกับเครื่องจักรอย่างไร?

Voltage Drop หรือแรงดันตกตามวงจร คือความแตกต่างของแรงดันระหว่างต้นทางกับปลายทาง ที่เกิดขึ้นเมื่อมีกระแสไหลผ่าน ความต้านทานและอิมพีแดนซ์ของสายไฟ จุดต่อ และส่วนประกอบของวงจร

VOLTAGE DROP MOTOR POWER QUALITY FACTORY
Voltage Drop แรงดันไฟฟ้าตกในระบบไฟฟ้าโรงงาน
VOLTAGE DROP ไฟต้นทาง
ไม่เท่ากับ
ไฟปลายทาง

เมื่อมีกระแสไหลจากตู้จ่ายไฟ ผ่านสายและจุดเชื่อมต่อไปยังเครื่องจักร วงจรย่อมมีความต้านทานและอิมพีแดนซ์ ทำให้เกิดแรงดันตกตามทาง

Voltage Drop จึงไม่ได้หมายความว่า ระบบไฟฟ้าต้องเสียเสมอไป เพราะ แรงดันตกบางส่วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ แต่หากมากเกินกว่าที่อุปกรณ์และระบบรองรับ อาจทำให้การทำงานผิดปกติได้

VOLTAGE PATH

แรงดันตกเกิดขึ้นตรงไหน?

SOURCE ตู้จ่ายไฟ
แรงดันต้นทาง
→
IMPEDANCE สายไฟ + จุดต่อ
+ อุปกรณ์ในวงจร
→
LOAD เครื่องจักร
แรงดันปลายทาง
BASIC DC / RESISTIVE IDEA ΔV ≈ I × R

ในแนวคิดพื้นฐาน เมื่อ กระแส (I) หรือ ความต้านทานของเส้นทาง (R) เพิ่มขึ้น แรงดันตกก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

แต่ในระบบ AC จริง โดยเฉพาะระบบสามเฟสและโหลดที่มี Power Factor การคำนวณ Voltage Drop ต้องพิจารณาอิมพีแดนซ์ ตัวประกอบกำลัง รูปแบบวงจร ตัวนำ และรายละเอียดการติดตั้งด้วย จึงไม่ควรใช้สูตรอย่างง่ายแทนการออกแบบจริงทุกกรณี

MACHINE EFFECTS

Voltage Drop ส่งผลกับเครื่องจักรอย่างไร?

ผลกระทบขึ้นอยู่กับชนิดของโหลด ระดับแรงดันที่ลดลง ระยะเวลา และความสามารถของอุปกรณ์ในการรับแรงดัน จึงไม่ควรใช้เพียงอาการเดียวเพื่อสรุปสาเหตุ

01 · MOTOR

มอเตอร์อาจทำงานผิดปกติ

แรงดันที่ต่ำกว่าช่วงการทำงานของมอเตอร์ สามารถกระทบแรงบิด การเร่งตัว และสภาวะการทำงาน โดยเฉพาะเมื่อมีโหลดทางกลสูง หรืออยู่ในช่วงเริ่มเดินเครื่อง

02 · TEMPERATURE

อุณหภูมิอาจเพิ่มขึ้นในบางสภาวะ

มอเตอร์และโหลดบางประเภท อาจมีพฤติกรรมกระแสและความร้อนเปลี่ยนไป เมื่อแรงดันต่ำ แต่ไม่ควรสรุปว่า “แรงดันต่ำ = กระแสสูงเสมอ”

03 · CONTROL

ระบบควบคุมอาจไม่เสถียร

Power Supply, PLC, Relay, Contactor, Drive หรืออุปกรณ์ควบคุมบางชนิด อาจ Reset, Drop-out, Alarm หรือหยุดทำงาน หากแรงดันอยู่นอกช่วงที่ผู้ผลิตกำหนด

04 · DOWNTIME

กระบวนการผลิตอาจหยุด

หากอุปกรณ์ป้องกันหรือระบบควบคุม ตรวจพบสภาวะผิดปกติ เครื่องจักรอาจหยุด ส่งผลต่อกระบวนการและเวลาการผลิต

05 · COST

ต้นทุนอาจเพิ่มตามมา

หากแรงดันผิดปกติทำให้เครื่องหยุดซ้ำ อุปกรณ์เสียหาย หรือกระบวนการไม่เสถียร อาจเพิ่มงานซ่อม ของเสีย และค่าเสียโอกาสในการผลิต

06 · QUALITY

อาจกระทบคุณภาพกระบวนการ

เครื่องจักรบางระบบไวต่อแรงดัน การหยุดหรือ Reset ระหว่าง Cycle อาจทำให้กระบวนการไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องจักรและระบบควบคุม

IMPORTANT · MOTOR BEHAVIOR

“แรงดันต่ำแล้วมอเตอร์กินกระแสเพิ่ม” จริงไหม?

เกิดขึ้นได้ในบางสภาวะ แต่ไม่ใช่กฎที่ใช้ได้กับทุกมอเตอร์และทุกโหลด

พฤติกรรมของกระแสขึ้นอยู่กับชนิดมอเตอร์ ลักษณะโหลด ความเร็ว Slip ระบบควบคุม และระดับแรงดัน เช่น มอเตอร์เหนี่ยวนำที่ต้องขับโหลดทางกลบางประเภท อาจมีสภาวะกระแสและความร้อนเพิ่มขึ้นเมื่อแรงดันต่ำ ขณะที่โหลดหรือระบบขับเคลื่อนประเภทอื่น อาจตอบสนองแตกต่างกัน

ดังนั้นหากพบมอเตอร์ร้อน ไม่ควรสรุปจากแรงดันเพียงค่าเดียว แต่ควรตรวจทั้งแรงดัน กระแส โหลด ความไม่สมดุลของแรงดัน ระบบระบายความร้อน และสภาพเครื่องจักร

COMMON CAUSES

อะไรทำให้ Voltage Drop สูงผิดปกติ?

01 สายไฟไม่เหมาะกับโหลด

ขนาด ชนิดตัวนำ วิธีติดตั้ง และเงื่อนไขใช้งาน ไม่เหมาะกับกระแสจริง

02 ระยะทางของวงจร

เมื่อเส้นทางตัวนำยาวขึ้น อิมพีแดนซ์รวมของวงจร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

03 จุดต่อความต้านทานสูง

Terminal, Connector หรือจุดต่อที่เสื่อม หลวม หรือกัดกร่อน อาจสร้างแรงดันตกเฉพาะจุด

04 โหลดระบบสูง

เมื่อกระแสเพิ่มขึ้น แรงดันตกตามอิมพีแดนซ์ ของระบบจ่ายไฟ อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

05 ต้นทางแรงดันต่ำ

ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่สายเครื่องจักร แต่อยู่ที่หม้อแปลง ระบบจ่ายไฟ หรือต้นทาง

06 โหลดเริ่มเดินขนาดใหญ่

การสตาร์ทมอเตอร์หรือโหลดบางประเภท สามารถทำให้แรงดันลดลงชั่วขณะ และควรวิเคราะห์แยกจาก Voltage Drop คงที่

07 ระบบจ่ายไฟไม่เหมาะสม

Transformer, Feeder หรือระบบกระจายไฟ อาจไม่เหมาะกับโหลด และสภาวะใช้งานจริง

08 วงจรมีความผิดปกติ

ปัญหาจากอุปกรณ์ การเชื่อมต่อ หรือระบบไฟฟ้าอื่น อาจทำให้แรงดันปลายทางผิดปกติ

DON'T CONFUSE THEM

Voltage Drop กับ Voltage Dip / Sag ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสียทีเดียว

VOLTAGE DROP

แรงดันตกตามเส้นทางวงจร

เกี่ยวข้องกับกระแสที่ไหลผ่าน ความต้านทานและอิมพีแดนซ์ ของสาย จุดต่อ และระบบจ่ายไฟ ทำให้แรงดันที่โหลดแตกต่างจากต้นทาง

VOLTAGE DIP / SAG

แรงดันลดลงชั่วขณะ

เป็นเหตุการณ์ด้าน Power Quality ที่แรงดันลดลงชั่วคราว ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการสตาร์ทโหลดขนาดใหญ่ Fault หรือเหตุการณ์ในระบบไฟฟ้า จึงต้องดูทั้งขนาดและระยะเวลาของเหตุการณ์

TROUBLESHOOTING

ถ้าสงสัย Voltage Drop ควรตรวจอะไร?

อย่าเริ่มจากการเปลี่ยนสายหรือเพิ่มขนาดอุปกรณ์ทันที ควรหาก่อนว่าแรงดันเริ่มลดลงที่จุดใด และเกิดในสภาวะใดของเครื่องจักร

01 วัดแรงดันต้นทาง

ตรวจที่จุดจ่ายไฟ เพื่อดูว่าแรงดันต้นทาง อยู่ในสภาวะปกติหรือไม่

02 วัดแรงดันที่เครื่องจักร

เปรียบเทียบกับต้นทาง ภายใต้สภาวะโหลดเดียวกัน เพื่อดูแรงดันที่หายไประหว่างทาง

03 ตรวจขณะมีโหลดจริง

การวัดตอนเครื่องหยุด อาจไม่เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อกระแสโหลดเพิ่ม

04 ตรวจช่วงเริ่มเดินเครื่อง

หากปัญหาเกิดเฉพาะตอนสตาร์ท ควรดูแรงดันและกระแส ตามเวลา ไม่ใช่เพียงค่าคงที่

05 ตรวจสายและจุดต่อ

ประเมินขนาดสาย ระยะทาง Terminal, Connector และร่องรอยความร้อนหรือความเสียหาย

06 เทียบกับข้อกำหนดอุปกรณ์

ตรวจช่วงแรงดันที่มอเตอร์ Drive, PLC, Power Supply และอุปกรณ์จริงรองรับ

ELECTRICAL SAFETY การตรวจ Voltage Drop อาจต้องวัดไฟขณะระบบมีโหลด

การวัดแรงดันในตู้ไฟหรือเครื่องจักรที่มีพลังงานอยู่ มีความเสี่ยงจากไฟฟ้าช็อต ลัดวงจร และ Arc Flash จึงไม่ควรเปิดตู้หรือแตะจุดวัด เพียงเพื่อทดลองหาสาเหตุโดยไม่มีขั้นตอนที่เหมาะสม

ผู้ตรวจต้องมีความรู้และได้รับอนุญาตตามระบบของสถานประกอบการ ใช้เครื่องมือวัดและอุปกรณ์ป้องกัน ที่เหมาะกับระดับแรงดันและสภาพงาน รวมถึงปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยของพื้นที่

AVOID QUICK FIXES

เจอแรงดันตก อย่าเพิ่งแก้แบบเดา

DON'T 01 อย่ารีบเปลี่ยนสายอย่างเดียว

ปัญหาอาจอยู่ที่ต้นทาง จุดต่อ Transformer หรือโหลดของระบบ

DON'T 02 อย่าเพิ่มขนาดเบรกเกอร์เพื่อแก้ไฟตก

Breaker มีหน้าที่ด้านการป้องกัน และต้องประสานกับสาย โหลด และระบบไฟฟ้า

DON'T 03 อย่าสรุปจากแรงดันค่าเดียว

ดูทั้งแรงดันต้นทาง-ปลายทาง กระแส โหลด เวลา และช่วงที่ปัญหาเกิดขึ้น

FACTORIPRO SUMMARY

Voltage Drop ไม่ใช่แค่ “ไฟอ่อน”

แรงดันตกเป็นผลจากกระแสที่ไหลผ่าน อิมพีแดนซ์ของสาย จุดต่อ และระบบจ่ายไฟ

หากแรงดันที่เครื่องจักรต่ำกว่าช่วงที่อุปกรณ์รองรับ อาจส่งผลต่อ มอเตอร์ ระบบควบคุม ความเสถียรของกระบวนการ และ Downtime แต่การพบแรงดันต่ำเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถบอก Root Cause ได้

วิธีตรวจที่มีประโยชน์คือ เปรียบเทียบแรงดันต้นทางและปลายทาง ภายใต้สภาวะโหลดจริง พร้อมตรวจกระแส สาย จุดต่อ และระบบจ่ายไฟร่วมกัน

01 SOURCE 02 LOAD 03 MEASURE 04 COMPARE 05 FIND CAUSE 06 CORRECT 07 VERIFY
Visitors: 99,323