สอนตั้งค่ากระแสไฟของเครื่องเชื่อมให้เหมาะกับชิ้นงาน

FACTORIPRO · WELDING KNOWLEDGE

สอนตั้งค่ากระแสไฟเครื่องเชื่อม ให้เหมาะกับชิ้นงาน

เชื่อมไม่ติด อาร์กไม่นิ่ง เหล็กทะลุ หรือแนวเชื่อมออกมาไม่ดี กระแสเชื่อมเป็นหนึ่งในจุดแรกที่ควรตรวจ แต่การตั้ง Amp ที่ถูกต้อง ต้องดูมากกว่าความหนาของเหล็กเพียงอย่างเดียว

WELDING CURRENT AMP SMAW ELECTRODE

เชื่อมไม่ติด? เช็กกระแสไฟก่อน!

การตั้งค่ากระแสเชื่อมให้เหมาะสม มีผลต่อการจุดอาร์ก การหลอมของลวด ลักษณะแนวเชื่อม และการหลอมติดของรอยต่อ

แต่ถ้าจะตั้งให้ถูก ไม่ควรดูแค่คำว่า “เหล็กบางใช้ไฟต่ำ เหล็กหนาใช้ไฟสูง” เพราะยังต้องพิจารณา ชนิดลวด ขนาดลวด ท่าเชื่อม รอยต่อ ขั้วไฟ และ Welding Procedure ด้วย

CURRENT ≠ ONE FORMULA อย่าตั้ง Amp
จากความหนาเหล็ก
อย่างเดียว

กระแสต่ำไป สูงไป หรือพอดี ต่างกันยังไง?

สำหรับงานเชื่อมธูปหรือ SMAW กระแสเป็นหนึ่งในตัวแปรหลักที่มีผลต่อพฤติกรรมของอาร์ก และการหลอมของลวดกับชิ้นงาน

LOW CURRENT

กระแสต่ำเกินไป

อาจจุดอาร์กยาก ลวดติดชิ้นงาน อาร์กไม่เสถียร การหลอมรวมของแนวเชื่อมไม่ดี หรือเกิดแนวเชื่อมที่นูนมากเกินไป ทั้งนี้อาการจริงยังขึ้นกับลวดและเทคนิคการเชื่อม

CORRECT RANGE

กระแสอยู่ในช่วงเหมาะสม

อาร์กควบคุมได้ง่ายขึ้น ลวดหลอมสม่ำเสมอ และช่วยให้ช่างควบคุมรูปร่าง รวมถึงการหลอมรวมของแนวเชื่อม ตามขั้นตอนที่กำหนดได้ดีขึ้น

HIGH CURRENT

กระแสสูงเกินไป

อาจเกิดสะเก็ดมาก แนวเชื่อมควบคุมยาก เกิด Undercut หรือทำให้ชิ้นงานบางเกิด Burn-through ได้ และยังทำให้ลวดหลอมเร็วเกินช่วงที่เหมาะสม

วิธีตั้งกระแสแบบเป็นขั้นตอน

แทนที่จะจำว่าเหล็กกี่มิลต้องใช้กี่แอมป์ ให้เริ่มจากข้อมูลของลวดและงานจริง แล้วค่อยปรับภายในช่วงที่ผู้ผลิตกำหนด

01

ดูชนิดลวด

เช่น E6013 หรือ E7018 เพราะลวดแต่ละ Classification มีเงื่อนไขการใช้งานต่างกัน

02

ดูขนาดลวด

เส้นผ่านศูนย์กลางของลวด เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนด ช่วงกระแสที่ใช้งาน

03

ดูชิ้นงานและท่าเชื่อม

ความหนา รอยต่อ ท่าเชื่อม และการเตรียมรอยต่อ ล้วนมีผลต่อค่าที่เหมาะสม

04

ตั้งตาม Datasheet / WPS

เริ่มจากช่วงที่ผู้ผลิตกำหนด แล้วปรับตามขั้นตอนเชื่อม และผลของแนวเชื่อมจริง

ขนาดลวดใหญ่ขึ้น มักต้องใช้กระแสมากขึ้น

หลักนี้ใช้เป็นแนวคิดเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรนำขนาดลวดไปผูกกับค่า Amp เพียงตัวเลขเดียว เพราะลวดขนาดเท่ากันแต่คนละ Classification หรือคนละผู้ผลิต อาจมีช่วงกระแสที่แนะนำต่างกัน

Ø 2.0 mm

ลวดขนาดเล็ก

เหมาะกับงานและช่วงกระแส ตามที่ผู้ผลิตลวดกำหนด โดยต้องพิจารณาความหนาชิ้นงาน และรอยต่อร่วมด้วย

Ø 2.6 mm

ลวดขนาดกลาง

ต้องดู Classification และ Datasheet ไม่ควรตั้งค่าจากเส้นผ่านศูนย์กลาง เพียงอย่างเดียว

Ø 3.2 mm

ลวดขนาดใหญ่ขึ้น

โดยทั่วไปต้องการกระแสสูงขึ้น แต่ช่วงใช้งานจริง ต้องยึดข้อมูลของลวด และ Welding Procedure

แล้วตัวเลข 90–110A หรือ 110–130A ใช้ได้ไหม?

ตัวเลขลักษณะนี้สามารถพบเป็นช่วงแนะนำ ของลวดเชื่อมบางชนิดและบางผลิตภัณฑ์ได้ แต่ไม่ควรนำไปใช้เป็นสูตรกลางกับลวดทุกชนิด

ตัวอย่างจากข้อมูลเดิมของบทความคือ

ORIGINAL EXAMPLE Ø 2.0 mm · ต่ำกว่า 100A
ORIGINAL EXAMPLE Ø 2.6 mm · 90–110A
ORIGINAL EXAMPLE Ø 3.2 mm · 110–130A

ก่อนนำตัวเลขเหล่านี้ไปตั้งเครื่องจริง ต้องตรวจว่า ตรงกับ Classification ยี่ห้อ รุ่น ขนาดลวด ขั้วไฟ และท่าเชื่อมที่กำลังใช้อยู่หรือไม่ โดยดูจากฉลากหรือ Datasheet ของผู้ผลิตเป็นหลัก

ตั้ง Amp แล้ว ต้องดูอาการของแนวเชื่อมด้วย

ค่าบนหน้าจอเครื่องเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ช่างยังต้องสังเกตอาร์ก การหลอมของลวด และลักษณะแนวเชื่อม โดยอ้างอิงขั้นตอนการเชื่อมที่กำหนด

SYMPTOM 01

ลวดติดชิ้นงานบ่อย

กระแสต่ำเกินไปอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุ แต่ควรตรวจระยะอาร์ก สภาพลวด ขั้วไฟ และเทคนิคของผู้เชื่อมร่วมด้วย

SYMPTOM 02

เหล็กบางทะลุ

กระแสสูงเกินไปอาจมีส่วน แต่ยังต้องดูความเร็วเดินแนว ช่องว่างรอยต่อ ขนาดลวด และการเตรียมงาน

SYMPTOM 03

แนวเชื่อมผิดปกติ

อย่าปรับ Amp อย่างเดียว ให้ตรวจท่าเชื่อม ระยะอาร์ก มุมลวด ความเร็วเดินแนว และสภาพพื้นผิวด้วย

WELDING SAFETY

อย่าปรับกระแสสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อแก้ปัญหาโดยไม่หาสาเหตุ

ถ้าเชื่อมไม่ติดหรือแนวเชื่อมผิดปกติ ไม่ได้หมายความว่าต้องเพิ่ม Amp เสมอไป ปัญหาอาจมาจากสายเชื่อม จุดต่อ ขั้วจับลวด จุดต่อสายดิน สภาพผิวชิ้นงาน ลวดเชื่อม หรือการตั้งค่าขั้วไฟ

ก่อนใช้งานควรตรวจสภาพเครื่องและสาย ใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม ป้องกันรังสีอาร์ก สะเก็ด ความร้อน ควันเชื่อม และอันตรายจากไฟไหม้ หากเป็นงานโครงสร้างหรืองานที่มีข้อกำหนด ต้องเชื่อมตาม WPS และมาตรฐานของงานนั้น

FACTORIPRO SUMMARY

ตั้งกระแสให้ถูก ไม่ใช่จำว่า “เหล็กกี่มิล = กี่แอมป์”

หลักเบื้องต้นคือ ชิ้นงานบางและลวดขนาดเล็ก มักใช้กระแสน้อยกว่า ส่วนลวดขนาดใหญ่และงานที่ต้องการการหลอมมากขึ้น มักใช้กระแสสูงขึ้น แต่ไม่ควรใช้หลักนี้เป็นสูตรตายตัว

วิธีที่แม่นกว่าคือ ดูชนิดลวด → ดูขนาดลวด → ดูชิ้นงานและท่าเชื่อม → ตรวจ Datasheet หรือ WPS → ตั้งค่าในช่วงที่กำหนด → ตรวจผลของแนวเชื่อม

เพราะคุณภาพงานเชื่อมไม่ได้ขึ้นกับ Amp เพียงตัวเดียว แต่เป็นผลจากวัสดุ ลวดเชื่อม รอยต่อ พารามิเตอร์ และเทคนิคการเชื่อมทั้งหมดร่วมกัน

Visitors: 96,304